Angelique Wood ไม้แองเจลิค
จากป่ากิอานาสู่ไม้โครงสร้างระดับโลก
ANGELIQUE WOOD คืออะไร?
ANGELIQUE WOOD
Dicorynia guianensis Amshoff
Angelique หรือ Angélique เป็นไม้เนื้อแข็งเขตร้อนจากภูมิภาค Guianas ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้
ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันคือ
Dicorynia guianensis Amshoff
อยู่ในวงศ์ Fabaceae
Royal Botanic Gardens, Kew ระบุถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติของชนิดนี้ไว้ใน
- French Guiana
- Guyana
- Suriname
และจัดเป็นต้นไม้ของระบบนิเวศป่าเขตร้อนชื้น
ชื่อทางการค้าที่พบได้บ่อยคือ
Angelique / Angélique / Basralocus / Basra Locus
ต้น Angelique สามารถเติบโตได้สูงประมาณ 50 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นได้ประมาณ 120 เซนติเมตร ในต้นขนาดใหญ่
แหล่งอ้างอิง
Kew – Dicorynia guianensis
CTBF Guyane – Angélique
สีที่เปลี่ยนไป แต่บุคลิกไม่เปลี่ยน
GOLDEN BROWN → REDDISH BROWN → PURPLISH BROWN
แก่นของ Angelique มีสีตั้งแต่
น้ำตาลทอง → น้ำตาล → น้ำตาลแดง → น้ำตาลอมม่วง
กระพี้แยกออกจากแก่นค่อนข้างชัด
โดยทั่วไปเสี้ยนค่อนข้างตรง และเมื่อนำมาแปรรูปอย่างเหมาะสมสามารถใช้ได้ทั้งงานโครงสร้างและงานที่ต้องการความสวยงาม
แต่สิ่งที่ทำให้ Angelique แตกต่างจากไม้สวยทั่วไปไม่ได้อยู่แค่ที่สี
มันอยู่ข้างในเนื้อไม้
SILICA
Angelique สามารถสะสม Silica อยู่ในเนื้อไม้ได้
US Forest Products Laboratory เคยตรวจตัวอย่าง Angelique และพบปริมาณ Silica แตกต่างกันตามตัวอย่าง
คุณสมบัตินี้มีสองด้าน
ด้านหนึ่งคือ
มันทำให้เครื่องมือตัดสึกเร็ว
แต่อีกด้านหนึ่งคือ
มันเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ Angelique มีชื่อเสียงอย่างมากในงานทางทะเล
ข้อมูล CTBF ระบุว่า Angelique สามารถรองรับ Use Class 5 — การใช้งานในน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย ได้ตามธรรมชาติ
นั่นทำให้บุคลิกของไม้นี้ชัดมาก
“ไม้ที่สร้างปัญหาให้กับใบเลื่อย
กลับสร้างความมั่นใจเมื่อมันถูกวางอยู่กลางน้ำ”
แหล่งอ้างอิง
USDA Forest Products Laboratory – Angelique
CTBF Guyane – Angélique
แม้ Angelique จะไม่ได้โดดเด่นฉูดฉาด
แต่ในความจริงมันคือไม้ที่ถูกเลือกใช้
ในงานโครงสร้าง พื้น งานต่อเรือ
และเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความทนทานยาวนาน
แก่นไม้ Angelique มีโทนเหลืองน้ำตาลไปจนถึงน้ำตาลแดงเข้ม และจะค่อย ๆ เปลี่ยนสี
เมื่อใช้งานไปตามเวลา จนเกิดเสน่ห์เฉพาะตัวที่ยิ่งนานยิ่งชัด
สิ่งที่ทำให้ Angelique ถูกใช้งานต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน คือความสมดุล
ระหว่างความแข็งแรง ความคงรูป และความทนชื้นในระดับสูง
จึงเหมาะทั้งงานเฟอร์นิเจอร์ พื้น ประตู และงานที่ต้องการไม้จริง
ที่ทั้งสวยและใช้งานได้จริง


ในปี ค.ศ. 1840 George Bentham ได้ตั้งสกุล Dicorynia ขึ้นในระบบพฤกษศาสตร์ ก่อนที่ Gerda Jane Hillegonda Amshoff จะตีพิมพ์ชื่อ Dicorynia guianensis ในปี ค.ศ. 1939 ซึ่งเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของไม้ Angelique ที่ได้รับการยอมรับและใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ประวัติ Angélique wood จากอดีตถึงปัจจุบัน
อ่านภาพรวมก่อนเข้าสู่รายละเอียด
ก่อนชื่อวิทยาศาสตร์จะถือกำเนิด
Traditional African Hardwood
คำอ่าน: ทราดิชันนัล แอฟริกัน ฮาร์ดวูด
TRADITIONAL GUIANA USES
ก่อนที่จะมีชื่อ Dicorynia guianensis อยู่ในหนังสือพฤกษศาสตร์
ผู้คนใน Guiana รู้จักและใช้ Angelique อยู่แล้ว
หนึ่งในการใช้งานดั้งเดิมที่ยังสามารถพบเห็นได้ถึงปัจจุบันคือ
PIROGUE
หรือเรือพื้นเมืองที่ใช้เดินทางตามแม่น้ำในภูมิภาค Amazon
CTBF Guyane ระบุโดยตรงว่า ใน French Guiana นั้น Angelique ถูกใช้ตามประเพณีสำหรับการสร้าง pirogue
นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับเรื่องราวของไม้ชนิดนี้
เพราะก่อนที่วิศวกรยุโรปจะรู้จักมัน
ชุมชนที่อาศัยอยู่กับแม่น้ำและป่ารู้ก่อนแล้วว่า
ไม้ชนิดใดควรอยู่ใกล้น้ำ
แหล่งอ้างอิง
CTBF Guyane – Utilisations de l’Angélique

ค.ศ. 1825
FRENCH NAVY TIMBER EXPERIMENTS
เมื่อกองทัพเรือฝรั่งเศสเริ่มมองเข้ามาในป่า Guiana
ในศตวรรษที่ 19 กองทัพเรือฝรั่งเศสต้องใช้ไม้จำนวนมหาศาลในการต่อเรือ
จึงเริ่มศึกษาว่า
ไม้จาก French Guiana สามารถเข้ามาแทนไม้ยุโรปได้หรือไม่
รายงานของคณะกรรมการ Exposition Universelle de Paris 1867 บันทึกว่า
กองทัพเรือฝรั่งเศสทำการทดลองไม้จาก French Guiana มาตั้งแต่ ค.ศ. 1825
วิศวกรทหารเรือศึกษาทั้ง
- ความแข็ง
- ความหนาแน่น
- ความยืดหยุ่น
- ความแข็งแรง
- ความทนทาน
และจากข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ Université de Guyane นำมาทบทวนในปัจจุบัน
Angelique อยู่ในอันดับต้น ๆ ของไม้ที่วิศวกรเหล่านั้นให้ความสนใจ
นี่คือช่วงที่ Angelique เริ่มเดินออกจากป่า
และเข้าไปอยู่ในโลกของ
NAVAL ENGINEERING
แหล่งอ้างอิง
CNAM – Exposition Universelle 1867 Report
Université de Guyane – La forêt guyanaise et la Marine
ค.ศ. 1834
ANGELIQUE VS EUROPEAN OAK
การทดลองที่ทำให้ Angelique เริ่มมีชื่อ
กองทัพเรือฝรั่งเศสนำชิ้นส่วนของ
European Oak
และ
Angelique
ไปติดตั้งเปรียบเทียบกันบนเรือรบหลายลำ
เอกสารปี 1867 ระบุชื่อเรืออย่างชัดเจน เช่น
L’Eylau
Navarin
Castiglione
เมื่อเวลาผ่านไปและมีการตรวจสอบชิ้นไม้เหล่านี้
รายงานระบุว่า
Oak อยู่ในสภาพผุอย่างรุนแรง
ในขณะที่
Angelique ยังคงอยู่ในสภาพอนุรักษ์ที่ดีมาก
ตรงนี้คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ Angelique
เพราะมันไม่ได้เกิดจากคำโฆษณาว่า
“ไม้ชนิดนี้ทน”
แต่มาจากการนำไม้สองชนิดไปอยู่ในสภาพแวดล้อมจริง
แล้วปล่อยให้
เวลาเป็นคนตัดสิน
แหล่งอ้างอิงหลัก
Exposition Universelle de 1867 – Rapport du jury international
หมายเหตุสำหรับหน้าเว็บ: อย่าเขียนว่าเรือ L’Eylau ทั้งลำสร้างจาก Angelique
หลักฐานระบุว่าเป็นการนำ “pieces of Angelique” ไปติดตั้งเพื่อทดลองเปรียบเทียบกับ Oak
ค.ศ 1840
DICORYNIA
เมื่อโลกวิทยาศาสตร์เริ่มสร้างชื่อให้ต้นไม้กลุ่มนี้
ปี 1840
นักพฤกษศาสตร์อังกฤษ George Bentham ตีพิมพ์สกุล
Dicorynia
ใน Journal of Botany
ปัจจุบัน Kew ยอมรับว่าในสกุลนี้มี 2 species ได้แก่
- Dicorynia guianensis
- Dicorynia paraensis
ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะในเอกสารการค้าเก่า Angelique เคยถูกเรียกด้วยชื่อ
Dicorynia paraensis
อยู่เป็นเวลานาน
ทั้งที่ภายหลังพบว่า Angelique ของ Guianas เป็นอีก species หนึ่ง
ความสับสนนี้ดำเนินต่อมาแม้กระทั่งในเอกสารเกี่ยวกับไม้ในศตวรรษที่ 20
แหล่งอ้างอิง
Kew – Genus Dicorynia
USDA – Angelique Taxonomy
ค.ศ. 1932
FROM SHIPS TO BARRELS
Angelique ไม่ได้มีดีแค่งานหนัก
Maurice Renaud กล่าวถึง Angelique ในหนังสือ
Contribution à l’étude des bois de Guyane française
โดยระบุถึงศักยภาพของไม้ชนิดนี้สำหรับการผลิต
Douelles และ Merrains
หรือชิ้นไม้ที่ใช้ในการประกอบถังและงาน Cooperage
ช่วงเวลานี้ทำให้เราเห็น Angelique อีกด้านหนึ่ง
มันไม่ได้มีประโยชน์เพียงในงานที่ต้อง
“รับแรง”
แต่มันสามารถเข้าไปอยู่ในงานแปรรูปที่ต้องอาศัย
คุณภาพของเนื้อไม้และความแม่นยำด้วย
แหล่งอ้างอิง
CTBF Guyane – Angélique / Maurice Renaud 1932

ค.ศ. 1939
DICORYNIA GUIANENSIS AMSHOFF
วันที่ Angelique ได้ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
นักพฤกษศาสตร์
Gerda Jane Hillegonda Amshoff
ตีพิมพ์ชื่อ
Dicorynia guianensis Amshoff
ใน
Mededeelingen van het Botanisch Museum en Herbarium van de Rijks Universiteit te Utrecht
ชื่อดังกล่าวได้รับการยอมรับในฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ปัจจุบันทั้ง Kew และ IPNI
จากตรงนี้
Angelique ของ Guianas เริ่มมีตัวตนทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนขึ้น
และช่วยแยกมันออกจาก
Dicorynia paraensis
ของ Amazon Basin
แหล่งอ้างอิง
International Plant Names Index – Dicorynia guianensis
Kew Plants of the World Online
ค.ศ. 1951 → 1964
FOREST PRODUCTS LABORATORY
จากไม้ท้องถิ่น สู่ข้อมูลวิศวกรรมของสหรัฐอเมริกา
ปี 1951
U.S. Forest Products Laboratory จัดทำรายงานเฉพาะเกี่ยวกับ Angelique
รายงานได้รับการแก้ไขในปี 1958 ก่อนเผยแพร่อีกครั้งในรูปแบบ
Research Note FPL-071 — 1964
โดย B. Francis Kukachka
เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่
- Mechanical properties
- Drying
- Machining
- Decay resistance
- Termites
- Silica
- Marine borers
- Abrasion resistance
USDA ยังกล่าวถึงการที่ Angelique ถูกใช้แทนไม้ชนิดอื่นในส่วนใต้น้ำของ
Panama Canal
และมีการทดสอบไม้กับ marine borers
ช่วงนี้จึงเป็นเหมือนการเปลี่ยน Angelique จาก
“ไม้ที่คนใน Guiana รู้ว่าทน”
ไปสู่
“ไม้ที่มีตัวเลขทางวิศวกรรมอธิบายว่าทำไมมันถึงทน”
แหล่งอ้างอิงหลัก
US Forest Service – Angelique: Dicorynia guianensis
ค.ศ. 1991
SPREEBRÜCKE WERDER
Angelique ใต้สะพานเยอรมัน
Spreebrücke Werder
ใน Brandenburg ประเทศเยอรมนีถูกสร้างด้วยโครงสร้างไม้
และหนึ่งในวัสดุที่ถูกเลือกคือ
Basralocus
ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของ Angelique
Basralocus ถูกใช้ทำ เสาเข็มของสะพาน
ข้อมูลโครงการระบุเสาเข็มมีหน้าตัดเฉลี่ยประมาณ
35 × 35 เซนติเมตร
ยาวประมาณ
10 เมตร
โดยประมาณ 5 เมตรถูกตอกลงไปในพื้นแม่น้ำ
นี่คือ Angelique ในรูปแบบที่ตรงกับธรรมชาติของมันที่สุด
ไม่จำเป็นต้องให้ใครเห็น
เพราะหน้าที่ของมันอยู่
ใต้น้ำและใต้สะพาน
แหล่งอ้างอิง
Spreebrücke Werder – Construction & Materials

ค.ศ. 1992
SPREEBRÜCKE BRIESCHT
หลังจาก Spreebrücke Werder เพียงหนึ่งปี
มีการสร้าง
Spreebrücke Briescht
บนแม่น้ำ Spree เช่นกัน
สะพานใช้ไม้เขตร้อนที่มีความแข็งและทนทานสูง โดยมีการใช้
Basralocus / Angelique
ร่วมกับ Bongossi
โครงการสองแห่งนี้สะท้อนสิ่งเดียวกันได้ดีมาก
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20
Angelique ไม่ได้มีชีวิตอยู่แค่ในตำราไม้
แต่มันถูกนำไปอยู่ใน
Civil Engineering ของยุโรปจริง
ค.ศ. 2019–2021
BÂTIMENT TITAN — CNES
จากแม่น้ำ สู่ศูนย์อวกาศ
หากต้องเลือกหนึ่งโครงการที่แสดงภาพ Angelique ในยุคใหม่ได้ชัดที่สุด
มันอาจเป็น
TITAN
อาคารสำนักงานของ CNES — Centre National d’Études Spatiales
ภายใน Centre Spatial Guyanais ที่เมือง Kourou
บริษัทวิศวกรรม CBS ระบุว่าโครงการใช้
Post-and-Beam Structure
Angelique + Ébène Verte / Balata Franc
รวมถึงระบบพื้น Solivium® ซึ่งมีการทดสอบทางกลเพื่อรับรองพื้นจาก Angelique โดยเฉพาะ
CBS ระบุปีส่งมอบไว้ที่ 2019 ขณะที่หน้าของสถาปนิก Cottalorda-Pérès ระบุ completion ใน 2021 จึงควรเขียนช่วงโครงการเป็น 2019–2021 แทนการฟันธงปีเดียวหากต้องการหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อนระหว่างแหล่งข้อมูล
นี่เป็นระยะทางที่น่าสนใจมาก
Angelique เดินทางจาก
เรือพื้นเมือง → เรือรบ → สะพาน → อาคาร
และในที่สุด
มันเข้าไปอยู่ในศูนย์อวกาศ
แหล่งอ้างอิง
CBS – Bureaux du CNES, Kourou
Cottalorda-Pérès – Bâtiment TITAN

ค.ศ. 2023
PIROGUE WAYANA — YÉPÉ
สิ่งเก่าที่ไม่เคยหายไป
ที่หมู่บ้าน Antecum Pata
โครงการของ Association Yépé ถ่ายทอดองค์ความรู้การสร้าง
Traditional Wayana Pirogue
สู่คนรุ่นใหม่
ตัวฐานลำเรือสร้างจาก Wacapou
ส่วน Angelique ถูกแปรรูปเป็น
- แผ่นด้านข้าง
- ม้านั่ง
- ส่วนหัว
- ส่วนท้ายของเรือ
เรื่องนี้ทำให้ Timeline ของ Angelique หมุนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอย่างสวยงาม
หลังจากผ่าน
เรือรบ
สะพาน
อาคาร
ศูนย์อวกาศ
ปี 2023
มันยังกลับมาอยู่บน
PIROGUE
เหมือนที่มันเคยเป็นมาในภูมิปัญญาของคน Guiana
แหล่งอ้างอิง
Parc Amazonien de Guyane – Une belle transmission de savoirs avec Yépé
วัตถุและชิ้นงานสำคัญจากไม้ Angelique
จากเรือรบฝรั่งเศส สู่สะพาน และสถาปัตยกรรม Amazon
1 ค.ศ. 1834
Angelique Timber Trials aboard L’Eylau
หนึ่งในหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่สามารถเชื่อมชื่อ Angelique กับชิ้นงานที่ระบุชื่อได้
กองทัพเรือฝรั่งเศสนำชิ้นส่วน Angelique และ European Oak ไปติดตั้งบนเรือ
L’Eylau
เพื่อเปรียบเทียบความทนทาน
มีการทดลองในลักษณะเดียวกันกับ
- Navarin
- Castiglione
- และเรือลำอื่น
รายงานในปี 1867 ระบุว่าเมื่อผ่านเวลาไป
Oak ผุอย่างหนัก
ในขณะที่
Angelique ยังคงอยู่ในสภาพดีมาก
ชิ้นงาน: Experimental Naval Timber Components
ปี: 1834
การใช้ Angelique: ชิ้นส่วนทดลองบนเรือรบ
ประเทศ: France
อ้างอิง
CNAM – Exposition Universelle 1867
2 ค.ศ. 1952–1962
Église Saint-Antoine-de-Padoue
Saül, French Guiana
โบสถ์ไม้สองหอคอยกลางป่า Amazon
ใช้ไม้หลายชนิดตามหน้าที่
โดย
Angelique + Ébène Verte
ถูกใช้ใน โครงหลังคา
ตัวอาคารได้รับการประกาศเป็น Monument Historique ในปี 1993
ชิ้นงาน: Wooden Church
ปี: 1952–1962
การใช้ Angelique: Roof Structure / Charpente
สถานที่: Saül, French Guiana
อ้างอิง
Fondation du Patrimoine
4 ค.ศ. 1991
Spreebrücke Werder
สะพานไม้ข้ามแม่น้ำ Spree
ใช้ Basralocus / Angelique สำหรับเสาเข็ม
เสาเข็มหนึ่งต้นมีความยาวประมาณ 10 เมตร และส่วนหนึ่งถูกตอกลงสู่พื้นแม่น้ำ
ชิ้นงาน: Timber Bridge
ปี: 1991
การใช้ Angelique: Foundation Piles
ประเทศ: Germany
อ้างอิง
Spreebrücke Werder
การใช้งาน Angélique wood ในปัจจุบัน

BÂTIMENT TITAN — CNES
Centre Spatial Guyanais, Kourou
หนึ่งในงาน Angelique สมัยใหม่ที่โดดเด่นที่สุด
อาคาร Titan ใช้
Angelique + Ébène Verte / Balata Franc
ในระบบ Post-and-Beam
และมีการพัฒนาระบบพื้น Angelique ผ่านการทดสอบทางกลเพื่อใช้กับอาคารจริง
ชิ้นงาน: Office / Conference Building
การใช้ Angelique: Post-and-Beam Structure + Flooring
เจ้าของโครงการ: CNES
สถานที่: Kourou, French Guiana
ช่วงสร้าง/ส่งมอบ: 2019–2021
จากไม้ของเรือและสะพาน
วันนี้ Angelique เข้าไปอยู่ในอาคารของศูนย์อวกาศ
อ้างอิง
CBS – CNES Offices Kourou

HALLE SPORTIVE JEAN-MARIE-MICHOTTE
Cayenne, French Guiana
โครงหลังคาขนาดใหญ่สร้างด้วย
SOLID ANGELIQUE
ระบบ Gridshell ช่วงพาดประมาณ 25 เมตร
ออกแบบจากชิ้นไม้ขนาดสั้นที่ประกอบซ้ำเข้าหากัน
ทำให้สามารถใช้ไม้ท้องถิ่นสร้างโครงสร้างช่วงกว้างได้โดยไม่ต้องพึ่งไม้ Laminate ขนาดมหึมา
ชิ้นงาน: Sports Hall
การใช้ Angelique: Solid-Wood Gridshell Roof
สถานที่: Cayenne, French Guiana
ครั้งนี้ Angelique ไม่ได้ถูกซ่อนอยู่ใต้สะพาน
แต่กลายเป็นโครงสร้างที่ทุกคนมองขึ้นไปเห็น
อ้างอิง
Elioth – Halle Jean-Marie-Michotte
Séquences Bois – Angélique, mais robuste

CARBET COUVERTURE PALMEX
Rémire, French Guiana — 2021
Structures Esprit Bois สร้าง Carbet แบบดั้งเดิมโดยใช้ไม้ Angelique เป็นโครงสร้างหลัก พร้อมโครงจันทัน ฝ้า PVC และหลังคา Palmex
โครงการตั้งอยู่ที่ Rémire, French Guiana และสร้างเสร็จในเดือน ตุลาคม ค.ศ. 2021 โดยเว็บไซต์ของผู้สร้างระบุวัสดุว่า
“Carbet traditionnel Angélique”
แสดงให้เห็นว่า Angelique ในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงงานสะพานหรือโครงสร้างอุตสาหกรรม แต่ยังถูกนำมาใช้สร้างพื้นที่อยู่อาศัยและสถาปัตยกรรมเขตร้อนที่โชว์เนื้อไม้เป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคารโดยตรง
ชิ้นงาน: Carbet couverture PALMEX
ปี: 2021
วัสดุ: Angelique Wood
การใช้งาน: โครงสร้าง Carbet และงานโครงหลังคา
ผู้สร้าง: Structures Esprit Bois (S.E.B.)
สถานที่: Rémire, French Guiana
สีของ Angelique ไม่ได้หยุดอยู่ที่วันแรก
จากน้ำตาลทอง
ค่อย ๆ ลึกขึ้นเป็นน้ำตาลแดงตามกาลเวลา
ภายใต้ความเรียบของลวดลาย
คือเนื้อไม้ที่แข็งแรง ทนทาน
และถูกใช้งานจริงตั้งแต่งานโครงสร้างไปจนถึงงานเฟอร์นิเจอร์
ความงามของ Angelique
ไม่ได้อยู่ที่ความหวือหวา
แต่อยู่ที่สิ่งที่เวลาค่อย ๆ เปิดเผยออกมา
คำถามที่พบบ่อย
เกี่ยวกับ Angelique Wood
Angelique Wood คือไม้เนื้อแข็งเขตร้อนจากภูมิภาค Guiana Shield มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dicorynia guianensis อยู่ในวงศ์ Fabaceae พบตามธรรมชาติใน French Guiana, Guyana และ Suriname ไม้มีความแข็งแรงสูง ทนความชื้น และมีชื่อเสียงด้านการใช้งานในงานเรือ สะพาน ท่าเรือ โครงสร้าง และงานสถาปัตยกรรม
Angelique Wood มีถิ่นกำเนิดหลักใน French Guiana, Guyana และ Suriname ในพื้นที่ป่าฝนเขตร้อนของ Guiana Shield ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้
แก่นไม้ Angelique มีตั้งแต่ น้ำตาลทอง น้ำตาลแดง ไปจนถึงน้ำตาลอมม่วง เมื่อไม้มีอายุมากขึ้นหรือสัมผัสอากาศ สีมักเข้มขึ้นและมีความลึกมากขึ้น
ทนได้ดีมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ในงานทางทะเลและงานที่สัมผัสความชื้น เนื้อไม้มี Silica ตามธรรมชาติและมีประวัติการนำไปใช้กับเรือ ท่าเรือ เสาเข็ม และสะพาน
Angelique Wood นิยมใช้สำหรับ
- งานต่อเรือ
- ท่าเรือและเสาเข็ม
- สะพาน
- โครงสร้างอาคาร
- พื้นไม้
- บันได
- ประตูและหน้าต่าง
- เฟอร์นิเจอร์
- Cabinetry
- Veneer
- งานตกแต่งภายในและภายนอก
โดยทั่วไป Basralocus เป็นชื่อการค้าชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกไม้ Angelique โดยเฉพาะในตลาดยุโรป อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ เพราะในอดีตมีความสับสนระหว่าง Dicorynia guianensis และ Dicorynia paraensis
เหมาะ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความแข็งแรงและอายุการใช้งานสูง เช่น โต๊ะ พื้น บันได ตู้ และงาน Joinery แต่เนื่องจากไม้มี Silica จึงทำให้เครื่องมือตัดสึกเร็วกว่าการทำงานกับไม้ทั่วไป
เรียบเรียงโดย: ทีมงานอะ-ลัง-การ 7891
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 30 สิงหาคม 2026


