ประวัติไม้ประดู่แอฟริกา
African Padauk
ประวัติไม้ประดู่แอฟริกาไม่ได้เริ่มต้นในวันที่นักพฤกษศาสตร์ชาวยุโรปตั้งชื่อให้ เพราะก่อนที่จะมีชื่อ Pterocarpus soyauxii ชุมชนในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตกก็รู้จักและนำไม้ชนิดนี้มาใช้ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว
ไม้สีแดงชนิดนี้เคยถูกนำมาทำเรือแคนู กลองศึก กลองส่งสัญญาณ ไซโลโฟน งานแกะสลัก ด้ามเครื่องมือ และสีย้อมแดง ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อุตสาหกรรมสิ่งทอ งานเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ และเครื่องดนตรีระดับโลก
Kew Science ยอมรับชื่อวิทยาศาสตร์ Pterocarpus soyauxii Taub. โดยระบุว่ามีถิ่นกำเนิดตั้งแต่ไนจีเรียไปจนถึงเขตร้อนของแอฟริกากลางฝั่งตะวันตก และชื่อดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1895
จากไม้สีแดงของชุมชนแอฟริกา
สู่ภาษาของงานออกแบบระดับโลก
ไม้ประดู่แอฟริกาโดดเด่นด้วยแก่นไม้สีแดงสดถึงแดงอมส้ม เมื่อสัมผัสแสงและอากาศ สีจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแดงน้ำตาล ม่วงน้ำตาล หรือสีน้ำตาลเข้ม
สีที่เปลี่ยนไปไม่ได้หมายความว่าไม้เสื่อมคุณภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของไม้จริง และทำให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นมีบุคลิกเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา
ไม้ชนิดนี้มีเนื้อแข็ง แข็งแรง คงตัว และทนต่อการใช้งาน จึงถูกนำไปใช้ตั้งแต่งานพื้นบ้านที่ต้องเผชิญน้ำและความชื้น ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ เครื่องดนตรี และงานตกแต่งที่ต้องการสีสันโดดเด่น
ชื่อที่พบในเอกสารและตลาด
- African Padauk — ชื่อภาษาอังกฤษและชื่อการค้าที่ใช้แพร่หลาย
- African Padouk — รูปสะกดที่พบบ่อยในฝรั่งเศสและยุโรป
- Pterocarpus soyauxii — ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ
- Barwood — ชื่อทางการค้าในยุคที่ไม้ถูกส่งออกเพื่อใช้ทำสีย้อมแดง
- African Coralwood — ชื่อที่เปรียบเทียบสีของแก่นไม้กับปะการังแดง
- Vermillion Wood — ชื่อที่พบในงานออกแบบบางชิ้น โดยอ้างอิงถึงสีแดงชาดของเนื้อไม้
สี ลาย และแสงที่ตาอ่านได้
ก่อนจะรู้ว่าไม้ชนิดนี้มาจากไหน สิ่งที่เห็นได้ทันทีคือสีของแก่นไม้ที่ไล่ตั้งแต่แดงอมส้มไปจนถึงน้ำตาลเข้ม เสี้ยนไม้ที่พาดผ่านทั้งแนวตรงและแนวสลับ รวมถึงประกายบาง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อพื้นผิวรับแสงในมุมที่ต่างกัน
ไม้ประดู่แอฟริกาแต่ละแผ่นให้ภาพที่ไม่เหมือนกัน บางแผ่นดูนิ่งและสม่ำเสมอ ขณะที่บางแผ่นมีลายริบบิ้น เส้นเข้ม หรือการไหลของลายไม้ที่เปลี่ยนไปตามทิศทางของการมอง


เมื่อเลื่อยหรือขัดใหม่ เนื้อไม้มักปรากฏสีแดงสดหรือแดงอมส้ม แต่เมื่อสัมผัสแสงและอากาศ สีจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโทนแดงน้ำตาล ม่วงน้ำตาล หรือสีน้ำตาลเข้มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่ความเสื่อม แต่เป็นคุณสมบัติของวัสดุที่ทำให้พื้นผิวค่อย ๆ ปรับโทนเข้ากับสภาพแวดล้อม และทำให้ชิ้นงานมีความลึกของสีมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ประวัติ African Padauk จากอดีตถึงปัจจุบัน
อ่านภาพรวมก่อนเข้าสู่รายละเอียด
ไทม์ไลน์ส่วนนี้เล่าการเปลี่ยนผ่านของไม้ประดู่แอฟริกา ตั้งแต่การใช้งานในท้องถิ่น การเข้าสู่ระบบพฤกษศาสตร์ การค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงกฎควบคุมในปัจจุบัน
ก่อนการบันทึกแบบตะวันตก
Traditional African Uses
คำอ่าน: ทราดิชันนัล แอฟริกัน ยูสเซส
ชุมชนในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตกนำไม้ประดู่แอฟริกามาทำเรือแคนู งานแกะสลัก เฟอร์นิเจอร์ ด้ามเครื่องมือ กลองศึก กลองผ่าร่องสำหรับส่งสัญญาณ และไซโลโฟน
แก่นและรากยังถูกนำไปผลิตสีย้อมแดง ใช้กับผ้า เส้นใย เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ
คริสต์ศตวรรษที่ 19
Barwood Dye Trade
คำอ่าน: บาร์วูด ดาย เทรด
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แก่นไม้สีแดงจากแคเมอรูนและกาบองถูกส่งออกไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือในชื่อ Barwood เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมย้อมผ้าขนสัตว์และผ้าฝ้าย
เมื่อนำมาใช้กับสารช่วยติดสีประเภทดีบุก สีย้อมจากไม้ชนิดนี้สามารถให้สีแดงที่ใช้กับผ้าพิมพ์และผ้าเช็ดหน้าหรือ bandana ซึ่งได้รับความนิยมในอังกฤษ
ไม้ประดู่แอฟริกาในช่วงเวลานี้จึงไม่ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรในฐานะไม้ทำเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่เดินทางในฐานะวัตถุดิบของสีแดงที่อุตสาหกรรมสิ่งทอตะวันตกต้องการ
ค.ศ. 1851–1900
Ceremonial Object
คำอ่าน: เซเรโมเนียล ออบเจ็กต์
ไม้ประดู่แอฟริกาปรากฏในวัตถุพิธีกรรมจากคองโกหรือบริเวณทุ่งหญ้าของแคเมอรูน โดย Science Museum Group เก็บรักษาไม้เท้าพิธีกรรมซึ่งสร้างขึ้นในช่วง ค.ศ. 1851–1900
ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ระบุวัสดุอย่างชัดเจนว่าเป็น padauk — Pterocarpus soyauxii ตัวไม้เท้าสูงประมาณ 101 เซนติเมตร และส่วนด้ามถูกแกะสลักให้มีองค์ประกอบคล้ายใบหน้ามนุษย์

ค.ศ. 1879–1880
Hermann Soyaux Collections
คำอ่าน: แฮร์มันน์ โซโยซ์ คอลเลกชันส์
Hermann Soyaux นักสำรวจและนักสะสมพรรณไม้ชาวเยอรมัน เก็บตัวอย่างพรรณไม้จากกาบองในปี ค.ศ. 1879 และ 1880 ตัวอย่างเหล่านี้ปรากฏในฐานข้อมูลพรรณไม้ระหว่างประเทศ และต่อมามีความสำคัญต่อการศึกษาชนิดที่ได้รับชื่อว่า Pterocarpus soyauxii
เหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกเรียกว่า “การค้นพบไม้ประดู่แอฟริกา” เพราะผู้คนในภูมิภาครู้จักและใช้ต้นไม้ชนิดนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่ควรเรียกว่า การเก็บตัวอย่างเข้าสู่ระบบพฤกษศาสตร์สมัยใหม่

ค.ศ. 1895
Pterocarpus soyauxii
คำอ่าน: เทอโรคาร์ปัส โซโยซีไอ
Paul Hermann Wilhelm Taubert ตีพิมพ์ชื่อ Pterocarpus soyauxii ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1895 ภายในหนังสือ Hooker’s Icones Plantarum เล่ม 24 แผ่นที่ 2369
ชื่อชนิด soyauxii ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Hermann Soyaux ผู้เก็บตัวอย่างพรรณไม้จากกาบอง
ปี ค.ศ. 1895 จึงไม่ใช่ปีที่มนุษย์พบต้นไม้ชนิดนี้เป็นครั้งแรก แต่เป็นปีที่ไม้ประดู่แอฟริกาได้รับชื่อและตำแหน่งอย่างเป็นทางการในระบบอนุกรมวิธานสมัยใหม่

ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 – 20
จากสีย้อม สู่ไม้สำหรับงานก่อสร้างและงานออกแบบ
เมื่อสีย้อมสังเคราะห์เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ความสำคัญของไม้ประดู่แอฟริกาในฐานะแหล่งสีย้อมลดลง
ในทางกลับกัน ตัวเนื้อไม้เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นจากคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความทนทาน สีสัน และความคงตัว
การใช้งานจึงขยายไปสู่
- เฟอร์นิเจอร์
- งานตกแต่งภายใน
- พื้น
- บันได
- เรือ
- งานกลางแจ้ง
- งานแกะสลัก
- เครื่องดนตรี
- วีเนียร์
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้คุณค่าของ African Padauk ค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “แหล่งสีแดง” ไปสู่ “วัสดุออกแบบ”
ค.ศ. 2022
African Pterocarpus
เข้าสู่ CITES Appendix II
CITES Appendix II
ในการประชุม CITES CoP19 มีการรับข้อเสนอให้นำประชากรแอฟริกาของไม้สกุล Pterocarpus เข้าสู่บัญชี Appendix II
ข้อกำหนดนี้ครอบคลุมไม้ตาม Annotation #17 เช่น
- ท่อนไม้
- ไม้แปรรูป
- แผ่นวีเนียร์
- ไม้อัด
- ผลิตภัณฑ์ไม้บางรูปแบบตามนิยามของ CITES
Appendix II ไม่ได้หมายความว่าห้ามค้าไม้ชนิดนี้ แต่หมายความว่าการค้าระหว่างประเทศต้องอยู่ภายใต้ระบบควบคุมและเอกสารที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูล
ค.ศ. 2025
ข้อเสนอถอด Pterocarpus soyauxii
ออกจาก Appendix II
ในการประชุม CITES CoP20 มีข้อเสนอให้ประชากร Pterocarpus soyauxii จากประเทศในแอฟริกากลางบางประเทศถูกถอดออกจาก Appendix II
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับ
ประเด็นสำคัญในการพิจารณารวมถึงความสามารถในการจำแนกไม้แต่ละชนิด การควบคุมการค้า และระบบตรวจสอบย้อนกลับของไม้
ดังนั้นมาตรการควบคุมจึงยังคงดำเนินต่อไป
แหล่งข้อมูล
ค.ศ. 2026 – ปัจจุบัน
African Padauk
ในการค้าไม้ยุคใหม่
ณ ปี ค.ศ. 2026 ประชากรแอฟริกาของไม้สกุล Pterocarpus ยังคงอยู่ใน CITES Appendix II ภายใต้ Annotation #17
ไม้ประดู่แอฟริกาจึงยังสามารถซื้อขายระหว่างประเทศได้ แต่การนำเข้าและส่งออกต้องตรวจสอบ
- ชนิดไม้
- ประเทศต้นทาง
- แหล่งที่มา
- ใบอนุญาตส่งออก
- เอกสาร CITES
- เอกสารศุลกากร
- ระบบตรวจสอบย้อนกลับ
สำหรับผู้ซื้อไม้แผ่นใหญ่ในปัจจุบัน ความสวยงามเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ
“ที่มาของไม้” กลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าของไม้ไปแล้ว
แหล่งข้อมูล
วัตถุสำคัญจาก
ไม้ประดู่แอฟริกา
จากวัตถุพื้นถิ่น สู่งานออกแบบระดับโลก
ส่วนต่อไปนี้ไม่ได้เป็น “เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของไม้”
แต่เป็นตัวอย่างชิ้นงานที่ช่วยให้เห็นว่า African Padauk
ถูกตีความและนำไปใช้อย่างไรในแต่ละยุค
01 ค.ศ. 1851–1900
Paduak Wood Ceremonial Staff
ประเทศ/ภูมิภาค: คองโก หรือ Cameroon Grasslands
วัสดุ: Pterocarpus soyauxii
ไม้เท้าพิธีกรรมสูงประมาณ 101 เซนติเมตร
ส่วนด้ามถูกแกะสลักเป็นองค์ประกอบคล้ายใบหน้ามนุษย์
สิ่งที่ทำให้ชิ้นนี้สำคัญคือ Science Museum Group
ระบุวัสดุถึงระดับชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pterocarpus soyauxii
จึงเป็นหนึ่งในวัตถุเก่าที่มีหลักฐานยืนยันชนิดไม้ประดู่แอฟริกาค่อนข้างชัดเจน
ภาพและข้อมูล
02 ค.ศ. 1903
Buffet “Épis de blé”
Émile Gallé
ประเทศ: ฝรั่งเศส
สไตล์: Art Nouveau
ตู้บุฟเฟต์ที่ใช้เทคนิคมาร์เกตรีจากไม้หลากชนิด เช่น Brazilian rosewood,
Macassar ebony, Bubinga และ African padauk
ไม้แต่ละชนิดถูกเลือกจากสีและลายเพื่อประกอบกันเป็น
ภาพรวงข้าวและรายละเอียดจากธรรมชาติ
ชิ้นนี้สะท้อนช่วงเวลาที่ไม้จากแอฟริกาเริ่มเข้าสู่
งานศิลป์และเฟอร์นิเจอร์ระดับสูงของยุโรป
ภาพและข้อมูล
03 ค.ศ. 1935–1940
Curtis Bok Library Alcove
Wharton Esherick
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา
Wharton Esherick ใช้ African padauk
ในงานออกแบบและตกแต่งภายในบ้านของผู้พิพากษา Curtis Bok
เอกสารจากปี ค.ศ. 1940 แสดงคำสั่งซื้อ African padauk
ผ่านบริษัทค้าไม้ในสหรัฐอเมริกา
ชิ้นงานนี้จึงช่วยให้เห็นเส้นทางของไม้จากแอฟริกาเข้าสู่วงการ
Studio Craft และงานออกแบบอเมริกัน
ภาพและข้อมูล
04 ค.ศ. 1965
An Important “Vermillion” Desk and Chair
Wendell Castle
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา
วัสดุ: Vermillion / African Padauk และทองเหลือง
Wendell Castle ใช้เทคนิค Stack Lamination
นำไม้หลายชั้นมาประกบ ก่อนแกะสลักออกเป็นโต๊ะ
และเก้าอี้ที่มีรูปทรงต่อเนื่องคล้ายประติมากรรม
งานชุดนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของ
การยกระดับไม้เนื้อแข็งจากวัสดุสำหรับ
เฟอร์นิเจอร์ไปสู่ศิลปะร่วมสมัย
Sotheby’s เคยประเมินมูลค่าผลงานไว้ที่
ประมาณ 200,000–300,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ภาพและข้อมูล
05 ค.ศ. 2001
Peace
วัสดุ: African Padauk, Curly Sugar Maple และไม้อัด
ศิลปินใช้ความแตกต่างระหว่างสีแดงเข้มของ
African Padauk กับสีอ่อนของ Maple
เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทางศิลปะ
ปัจจุบันงานอยู่ในคอลเลกชันของ
Museum of Arts and Design ในนครนิวยอร์ก
ภาพและข้อมูล
06 ค.ศ. 2015
Ming Intertwined – Roundback
Freeman Lau
ประเทศ: ฮ่องกง
เก้าอี้ร่วมสมัยที่นำรูปทรงของเก้าอี้พนักโค้ง
แบบราชวงศ์หมิงมาตีความใหม่
งานใช้ African Padauk ร่วมกับไม้ Diospyros
จากอินโดนีเซีย เพื่อสร้างความแตกต่างด้านสี
และเชื่อมโยงองค์ประกอบสองส่วนเข้าด้วยกัน
ปัจจุบันอยู่ในคอลเลกชัน Hong Kong Heritage Museum
ภาพและข้อมูล
07 ค.ศ. 1979
Tiger Electric Guitar
Doug Irwin for Jerry Garcia
กีตาร์ Tiger ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ
Jerry Garcia โดย Doug Irwin
ตัวกีตาร์ประกอบจากไม้หลายชนิด ทั้ง Cocobolo,
Maple, Gaboon Ebony และ African Padauk
Field Museum ระบุไม้ African padauk
ที่ใช้ในตัวกีตาร์ถึงระดับชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Pterocarpus soyauxii
Tiger จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดของ
การเดินทางของไม้ประดู่แอฟริกาจากเครื่องดนตรีพื้น
บ้านในแอฟริกา สู่เครื่องดนตรีระดับตำนานของโลกตะวันตก
ภาพและข้อมูล
การใช้งาน African Padauk ในปัจจุบัน

LOFTNETS Double Sunbed
LOFTNETS บริษัทจากเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส ออกแบบเดย์เบดกลางแจ้งโดยใช้โครง African padauk ร่วมกับตาข่ายโพลีเอสเตอร์เกรดงานเรือ
ตัวเฟอร์นิเจอร์มีขนาดประมาณ 2,400 × 1,450 มิลลิเมตร และใช้ไม้หนาประมาณ 100 มิลลิเมตร ผู้ผลิตระบุว่าสีแดงของไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อสัมผัสแสงแดด
หน้าเว็บไซต์ที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 แสดงราคาประมาณ 2,601 ยูโร จากราคาปกติ 2,890 ยูโร ทั้งราคาและสถานะสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงได้
ภาพและข้อมูล: LOFTNETS

เฟอร์นิเจอร์ไม้แผ่นใหญ่
สีแดง ขนาดของลำต้น และคุณสมบัติด้านความคงตัว ทำให้ African padauk เหมาะกับโต๊ะอาหาร โต๊ะประชุม เคาน์เตอร์ โต๊ะกลาง งานพื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการให้ไม้เป็นจุดเด่นของพื้นที่
ไม้แผ่นที่มีหน้ากว้าง ลายต่อเนื่อง ไม่มีรอยแตกรุนแรง และมีเอกสารแหล่งที่มาครบถ้วน มักถูกเลือกสำหรับงานสั่งผลิตระดับสูง
ไม้ประดู่แอฟริกาไม่จำเป็นต้อง
บอกว่าเป็นไม้ที่แดงที่สุด
แข็งแรงที่สุด หรือมีราคาสูงที่สุด
เพราะทันทีที่แสงตกกระทบแก่นไม้
สีแดงสดจะเผยตัวออกมา ก่อนค่อย ๆ
เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นพร้อมกับเวลา
ตัวตนของไม้ไม่ได้หยุดอยู่ในวันที่ถูกตัด
แต่ยังคงเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับ
สถานที่ ชิ้นงาน และผู้ที่ครอบครอง
คำถามที่พบบ่อย
เกี่ยวกับไม้ประดู่แอฟริกา
ไม้ประดู่แอฟริกาในบทความนี้หมายถึง Pterocarpus soyauxii เป็นไม้เนื้อแข็งสีแดงจากแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก มีชื่อการค้าว่า African padauk, African padouk และ barwood
ถิ่นกำเนิดครอบคลุมไนจีเรีย แคเมอรูน กาบอง อิเควทอเรียลกินี สาธารณรัฐแอฟริกากลาง คองโก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และ Cabinda
แก่นไม้มีสารสีธรรมชาติ เช่น กลุ่ม santalin และ santarubin เมื่อเลื่อยใหม่จึงเห็นเป็นสีแดงสดหรือแดงอมส้ม และจะค่อย ๆ เข้มขึ้นเมื่อสัมผัสแสงกับออกซิเจน
ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ พื้น บันได เรือ งานแกะสลัก ด้ามเครื่องมือ กลอง ไซโลโฟน กีตาร์ งานวีเนียร์ และงานตกแต่งภายใน
ไม่เหมือนกัน แม้จะอยู่ในสกุล Pterocarpus เช่นเดียวกัน แต่ไม้ประดู่แอฟริกาในบทความนี้คือ Pterocarpus soyauxii ส่วนชื่อประดู่ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจหมายถึงไม้ชนิดอื่น
ประชากรแอฟริกาของไม้สกุล Pterocarpus อยู่ใน CITES Appendix II ภายใต้ Annotation #17 การค้าระหว่างประเทศจึงต้องตรวจสอบชนิดไม้ ประเทศต้นทาง ใบอนุญาต และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ควรตรวจชื่อวิทยาศาสตร์ ประเทศต้นทาง เอกสารซื้อขาย เอกสารนำเข้า ใบอนุญาตส่งออก เอกสารศุลกากร และเอกสาร CITES ตามประเภทของไม้และประเทศที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงโดย: ทีมงานอะ-ลัง-การ 7891
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 7 สิงหาคม 2026










