ประวัติไม้อิโรโค
Iroko Wood
ประวัติของ Iroko ไม่ได้เริ่มขึ้นในวันที่นักพฤกษศาสตร์ตั้งชื่อว่า Milicia excelsa
ก่อนที่โลกภายนอกจะรู้จักมันในฐานะไม้เนื้อแข็งจากแอฟริกาสำหรับงานก่อสร้าง เรือ พื้น ประตู และเฟอร์นิเจอร์ ต้น Iroko มีความสัมพันธ์กับผู้คนในแอฟริกามาแล้วหลายชั่วอายุคน
โดยเฉพาะในแอฟริกาตะวันตก งานศึกษาที่ประเทศเบนินพบว่า Milicia excelsa ไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านเนื้อไม้ แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อ พิธีกรรม พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ชุมชนบางแห่งเก็บรักษาต้น Iroko ไว้ในป่าศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่เกษตร พื้นที่สาธารณะ และสุสาน เพราะต้นไม้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ทำให้ Iroko เดินทางออกจากแอฟริกาไม่ได้มีเพียงเรื่องราวเหล่านั้น
มันคือ เนื้อไม้ที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถอยู่กับสภาพอากาศภายนอกได้ดี
จากต้นไม้ที่มีความหมายต่อชุมชน
Iroko จึงค่อย ๆ เดินเข้าสู่โลกของการค้า งานก่อสร้าง งานต่อเรือ ศิลปะ และสุดท้ายไปถึงเฟอร์นิเจอร์ Outdoor ระดับโลก
จากต้นไม้ใหญ่แห่งแอฟริกา
สู่ไม้ที่ตลาดโลกเรียกว่า African Teak
Iroko เป็น ชื่อทางการค้า ที่ครอบคลุมไม้ในสกุล Milicia โดยหลักคือ
Milicia excelsa (Welw.) C.C.Berg
คำอ่าน: มิ-ลิ-เซีย เอ็กซ์-เซล-ซา
และ
Milicia regia (A.Chev.) C.C.Berg
คำอ่าน: มิ-ลิ-เซีย รี-เจีย
อยู่ในวงศ์ Moraceae
Royal Botanic Gardens, Kew ยอมรับทั้งสองชนิดเป็น species ที่ถูกต้องในปัจจุบัน โดย Milicia excelsa มีถิ่นกำเนิดกว้างทั่ว Tropical Africa ส่วน Milicia regia กระจายตัวในแอฟริกาตะวันตก เช่น Gambia, Ghana, Guinea, Ivory Coast, Liberia, Senegal และ Sierra Leone
แหล่งอ้างอิง:
Kew Science — Milicia excelsa
Kew Science — Milicia regia
ชื่อที่พบในเอกสารและตลาด
- Iroko
- African Teak
- Mvule
- Odum
- Kambala
- African Oak
อย่างไรก็ตาม Iroko ไม่ใช่ไม้สักแท้
ไม้สักแท้คือ Tectona grandis ส่วน Iroko คือไม้ในสกุล Milicia คำว่า African Teak จึงควรมองเป็นชื่อทางการค้า ไม่ใช่การระบุชนิดทางพฤกษศาสตร์
สีที่ไม่ได้หยุดอยู่ในวันแรกที่ตัด
ไม้แก่น Iroko ใหม่อาจเริ่มจากสีเหลืองอ่อน เหลืองทอง หรือน้ำตาลอมเหลือง
แต่เมื่อสัมผัสอากาศและแสง สีของไม้จะค่อย ๆ เข้มขึ้น จนกลายเป็นน้ำตาลทอง น้ำตาลเข้ม หรือโทนช็อกโกแลต
เสี้ยนสามารถมีลักษณะ Interlocked Grain — เสี้ยนสลับ เนื้อไม้ระดับปานกลางถึงค่อนข้างหยาบ และมีความคงรูปหลังจากไม้แห้งค่อนข้างดี
คุณสมบัตินี้ทำให้ Iroko ถูกใช้กับงานได้กว้าง ตั้งแต่
- เฟอร์นิเจอร์
- ประตูและวงกบ
- พื้นไม้
- บันได
- งานก่อสร้าง
- งานต่อเรือ
- เรือแคนู
- งานกลางแจ้ง
- งานแกะสลัก
- งาน Joinery
PROTA ระบุว่า Iroko เป็นไม้สำคัญในตลาดระหว่างประเทศ และทั้ง Milicia excelsa กับ Milicia regia ถูกซื้อขายภายใต้ชื่อ Iroko ร่วมกัน
แหล่งอ้างอิง:
PROTA — Milicia excelsa / Iroko
แม้ Iroko จะดูอบอุ่นและเรียบหรู
แต่ในความจริงมันคือไม้ที่ถูกเลือกใช้
ในงานประตู พื้น งานต่อเรือ
และเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความทนทานยาวนาน
แก่นไม้ Iroko มีโทนเหลืองทองถึงน้ำตาลเข้ม และจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเมื่อใช้งานไปตามเวลา จนเกิดเสน่ห์เฉพาะตัวที่ยิ่งนานยิ่งชัด
สิ่งที่ทำให้ Iroko ถูกใช้งานต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน คือความสมดุลระหว่างความแข็งแรง ความคงรูป และการใช้งานได้ดีทั้งภายในและภายนอก จึงเหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ พื้น ประตู และงานที่ต้องการไม้จริงที่สวยและใช้งานได้จริง


ในปี ค.ศ. 1869 Friedrich Welwitsch ได้ตีพิมพ์ชื่อ Morus excelsa ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมของ Iroko ในระบบพฤกษศาสตร์ ก่อนที่ C.C. Berg จะจัดจำแนกใหม่ในปี ค.ศ. 1982 และใช้ชื่อ Milicia excelsa ซึ่งเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับกันในปัจจุบัน
ประวัติ Iroko จากอดีตถึงปัจจุบัน
อ่านภาพรวมก่อนเข้าสู่รายละเอียด
เรื่องราวของ Iroko สามารถมองเป็นเส้นทางจาก
ต้นไม้ของชุมชน → ความเชื่อ → ศิลปะ → ระบบพฤกษศาสตร์ → การค้าไม้ → อุตสาหกรรม → เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย
ก่อนการบันทึกแบบตะวันตก
Traditional African Hardwood
คำอ่าน: ทราดิชันนัล แอฟริกัน ฮาร์ดวูด
ก่อนที่จะมีคำว่า Milicia excelsa อยู่ในตำราพฤกษศาสตร์ ชุมชนในแอฟริการู้จักและใช้ประโยชน์จากต้น Iroko อยู่แล้ว
งานศึกษาที่เบนินบันทึกการใช้ไม้กับ
- งานก่อสร้าง
- งานช่างไม้
- เฟอร์นิเจอร์
- เรือและเรือแคนู
ขณะเดียวกัน ต้นไม้ยังมีความหมายทางวัฒนธรรมและความเชื่อในหลายพื้นที่ จนการเคารพต้นไม้กลายเป็นหนึ่งในวิธีอนุรักษ์ต้น Iroko ของชุมชนด้วย
ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นสำคัญของ Iroko
ก่อนที่โลกจะรู้ว่ามันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าอะไร
คนที่อยู่กับต้นไม้รู้แล้วว่ามันสามารถทำอะไรได้
แหล่งอ้างอิง:
Forest Ecology and Management — Traditional use of Iroko in Benin
ค.ศ. 1869
Morus excelsa Welw.
วันที่ Iroko เข้าสู่ระบบชื่อพฤกษศาสตร์
นักพฤกษศาสตร์ Friedrich Welwitsch ตีพิมพ์ชื่อ
Morus excelsa Welw.
ในปี ค.ศ. 1869
นี่คือชื่อดั้งเดิมหรือ basionym ของชนิดที่ปัจจุบันเรียกว่า Milicia excelsa
ในเวลานั้น นักพฤกษศาสตร์ยังไม่ได้วาง Iroko ไว้ในสกุล Milicia
เรื่องของชื่อจึงยังไม่จบ
แหล่งอ้างอิง:
Kew Science — Milicia excelsa Taxonomy

ค.ศ. 1880
Chlorophora excelsa
ชื่อที่อยู่กับวงการไม้มาเป็นเวลานาน
George Bentham และ Joseph Dalton Hooker จัดชนิดนี้เข้าสู่สกุล Chlorophora และเผยแพร่ชื่อ
Chlorophora excelsa (Welw.) Benth. & Hook.f.
ในปี 1880
ชื่อนี้ต่อมากลายเป็นชื่อที่พบได้บ่อยในตำราและเอกสารป่าไม้เก่า ก่อนที่จะมีการจัดอนุกรมวิธานใหม่ในศตวรรษที่ 20
แหล่งอ้างอิง:
Kew Science — Chlorophora excelsa
ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19
Iroko ไม่ได้อยู่เพียงในป่าอีกต่อไป
แต่มันกำลังถูกแกะเป็นงานศิลปะ
หลักฐานที่ชัดมากชิ้นหนึ่งอยู่ที่ Brooklyn Museum
ประตู Yoruba จากเมือง Ikare ประเทศไนจีเรีย ซึ่งสร้างในช่วง ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถูกระบุวัสดุอย่างชัดเจนว่าเป็น
Iroko wood
ประตูถูกแกะเป็นภาพคน นักรบ บุคคลบนหลังม้า และฉากต่าง ๆ เป็นหลักฐานที่ทำให้เราเห็นว่า Iroko ถูกใช้เป็นวัสดุศิลปะและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมของ Yoruba อย่างน้อยตั้งแต่ช่วงนี้
แหล่งอ้างอิง:
Brooklyn Museum — Door (Ilekun)
ค.ศ. 1904–1910
Olowe of Ise
เมื่อ Iroko อยู่ในมือหนึ่งในช่างแกะสลัก Yoruba ที่สำคัญที่สุด
ศิลปินและช่างแกะสลัก Olowe of Ise สร้าง
Ìlẹ̀kùn ààfin — Ise Palace Door
ประมาณปี 1904–1910
วัสดุคือ
Iroko wood และสี
ประตูมีความสูงประมาณ 217.8 ซม. และแกะภาพผู้คนหลายชั้น รวมถึงฉากการต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่อังกฤษในพระราชวัง Ise
ปัจจุบันผลงานอยู่ในการดูแลของ The Metropolitan Museum of Art
Iroko ในจุดนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับแรงของอาคาร
แต่มันกลายเป็น พื้นผิวที่บันทึกเรื่องราวของยุคสมัย
แหล่งอ้างอิง:
The Met — Ise Palace Door by Olowe of Ise

ค.ศ. 1907–1916
Sekiapu Dance Mask
Iroko ในพิธีและการแสดงของ Niger Delta
British Museum เก็บรักษาหน้ากากเต้นรำของชาว Kalabari จาก Niger Delta ประเทศไนจีเรีย
สร้างประมาณ 1907–1916
และระบุวัสดุโดยตรงว่า
Iroko wood
หน้ากากชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับ Sekiapu Society และแสดงให้เห็นอีกบทบาทหนึ่งของไม้ชนิดเดียวกัน จากประตูสถาปัตยกรรม สู่สิ่งของที่อยู่กับการแสดงและวัฒนธรรมของชุมชน
แหล่งอ้างอิง:
British Museum — Sekiapu Dance Mask
ค.ศ. 1924
Iroko เดินทางไป Wembley
British Museum มีชุดประตู Yoruba จาก Osi-Ilorin ซึ่งสร้างประมาณปี 1924
วัสดุถูกระบุว่าเป็น
Iroko wood — Milicia excelsa
สิ่งที่น่าสนใจคือประตูชุดนี้ถูกนำไปจัดแสดงใน British Empire Exhibition, Wembley ปี 1924
Iroko ที่เคยอยู่ในบริบทสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมในแอฟริกาตะวันตก จึงเริ่มถูกนำไปปรากฏต่อสายตาผู้ชมในยุโรปผ่านนิทรรศการระดับนานาชาติ
แหล่งอ้างอิง:
British Museum — Yoruba Iroko Door, circa 1924
ค.ศ. 1933–1945
Bámigbóyè of Odo-Owa
เมื่อ Iroko กลายเป็นทั้งศิลปะและวัตถุใช้งาน
ศิลปิน Yoruba Bámigbóyè of Odo-Owa สร้างถาด Ifá พร้อมฐานรูปหญิงคุกเข่าในช่วงประมาณ 1933–1945
British Museum ระบุวัสดุว่า
Iroko wood — Milicia excelsa
ชิ้นงานสูงประมาณ 47 ซม. และแสดงให้เห็นความสามารถของช่างในการเปลี่ยนไม้ Iroko แข็ง ๆ ให้กลายเป็นประติมากรรมที่มีรายละเอียดสูง
แหล่งอ้างอิง:
British Museum — Ifa Tray by Bámigbóyè

ค.ศ. 1957
Iroko เดินทางออกนอกแอฟริกา
การทดลองปลูกในประเทศอินเดีย
หลักฐานจากรัฐ Kerala ประเทศอินเดียระบุว่า African Teak หรือ Milicia excelsa ถูกนำไปปลูกในพื้นที่ประมาณ 2.5 เอเคอร์ที่ Punalur ในปี 1957
นี่เป็นตัวอย่างของช่วงที่ Iroko ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศในรูปไม้แปรรูปเท่านั้น
แต่ตัว ต้นไม้เอง ก็เริ่มถูกนำไปทดลองปลูกนอกถิ่นกำเนิด
ค.ศ. 1960
Iroko กลายเป็นสินค้าไม้ระดับนานาชาติ
ในช่วงทศวรรษ 1960 Côte d’Ivoire ส่งออก Iroko โดยเฉลี่ยประมาณ
- ไม้ท่อน 55,000 m³/ปี
- ไม้แปรรูป 6,000 m³/ปี
ขณะที่ Ghana ส่งออกไม้แปรรูปประมาณ 28,000 m³/ปี
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าถึงช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 Iroko ไม่ได้เป็นเพียงไม้ท้องถิ่นอีกต่อไป
มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของ อุตสาหกรรมไม้ระหว่างประเทศ แล้ว
แหล่งอ้างอิง:
PROTA — Production and international trade of Iroko
ค.ศ. 1973
จุดสูงของการส่งออกจาก Côte d’Ivoire
ในปี 1973 Côte d’Ivoire ส่งออก Iroko สูงถึงประมาณ
136,500 m³ ของไม้ท่อน
และ
16,000 m³ ของไม้แปรรูป
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าความต้องการ Iroko ในตลาดต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษก่อนหน้า
จากไม้ที่เคยถูกแกะเป็นประตูและสิ่งของของชุมชน
ตอนนี้ Iroko กำลังเดินทางออกจากทวีปในระดับ หลายหมื่นถึงหลักแสนลูกบาศก์เมตร
ค.ศ. 1982
Milicia excels
วันที่ Iroko ได้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในปัจจุบัน
นักพฤกษศาสตร์ C.C. Berg ฟื้นการใช้สกุล Milicia และตีพิมพ์ชื่อ
Milicia excelsa (Welw.) C.C.Berg
ในปี 1982
ชื่อดังกล่าวคือชื่อที่ Royal Botanic Gardens, Kew ยอมรับในปัจจุบัน
ในปีเดียวกัน Milicia regia ก็ถูกจัดเข้าสู่สกุล Milicia เช่นกัน
แหล่งอ้างอิง:
International Plant Names Index — Milicia excelsa

ค.ศ. 1998
Near Threatened
IUCN มีการประเมิน Milicia excelsa ในปี 1998 อยู่ในกลุ่ม
Near Threatened — NT
อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวมีอายุค่อนข้างมากและตัวข้อมูลระบุว่า Needs Updating ดังนั้นบนเว็บไซต์ควรระบุปีของการประเมินทุกครั้ง ไม่ควรเขียนเพียงว่า “สถานะปัจจุบันคือ NT” โดยไม่มีบริบท
ส่วน Milicia regia ซึ่งเป็นอีกชนิดที่ซื้อขายในชื่อ Iroko ถูก Kew เชื่อมข้อมูล IUCN เป็น
Vulnerable — VU
นี่ทำให้คำว่า “Iroko” ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะชื่อทางการค้าหนึ่งชื่อสามารถหมายถึงไม้มากกว่าหนึ่ง species และแต่ละชนิดอาจมีสถานะอนุรักษ์ไม่เหมือนกัน
ค.ศ. 2005
งานวิจัยเปิดอีกด้านของ Iroko
ต้นไม้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงตอนถูกตัด
งานวิจัยใน Forest Ecology and Management ศึกษาการใช้และการอนุรักษ์ Milicia excelsa ใน Benin จากผู้ให้ข้อมูล 346 คน
ผลการศึกษาพบว่า Iroko มีบทบาททั้งใน
- วัฒนธรรม
- ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- งานก่อสร้าง
- เฟอร์นิเจอร์
- เรือและเรือแคนู
และความศักดิ์สิทธิ์ของต้นไม้ยังมีส่วนทำให้ชาวบ้านอนุรักษ์ Iroko ไว้ในหลายพื้นที่
ตรงนี้ทำให้เรื่องราวของ Iroko กลับมาเต็มวง
เพราะในวันที่ตลาดโลกมองมันเป็น “Timber”
ชุมชนบางแห่งยังมองมันเป็น ต้นไม้ที่มีชีวิตและความหมาย
วัตถุและชิ้นงานสำคัญจากไม้ Iroko
จากประตูพระราชวัง สู่หน้ากากและงานแกะสลัก
1 ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19
Door (Ìlẹ̀kùn) — Master of Ikare
สถานที่: Ikare, Ondo State, Nigeria
วัฒนธรรม: Yoruba
วัสดุ: Iroko wood
ขนาด: 121.9 × 79.2 × 3.2 ซม.
ปัจจุบัน: Brooklyn Museum
ประตูแบ่งพื้นผิวออกเป็นแถบภาพแกะสลักนูนต่ำ มีภาพมารดากับเด็ก นักรบ บุคคลบนหลังม้า และบุคคลถืออาวุธ พิพิธภัณฑ์สันนิษฐานว่าประตูอาจเคยเป็นของ babaláwo หรือผู้ประกอบพิธี/การพยากรณ์ Ifá
ดูชิ้นงานจริง:
Brooklyn Museum — Door (Ilekun)
2 ค.ศ. 1904–1910
Ìlẹ̀kùn ààfin — Ise Palace Door
ศิลปิน: Olowe of Ise
สถานที่: Ise, Nigeria
วัสดุ: Iroko wood, paint
ความสูง: 217.8 ซม.
ปัจจุบัน: The Metropolitan Museum of Art
เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของ Olowe of Ise แกะภาพบุคคลหลายระดับและบันทึกเหตุการณ์การต้อนรับเจ้าหน้าที่อังกฤษของราชสำนัก Ise
งานแสดงความสามารถของ Olowe ในการแกะ Iroko เป็น High Relief ที่มีความลึกและการเคลื่อนไหวสูง
ดูชิ้นงานจริง:
The Met — Ise Palace Door
4 ค.ศ. 1924
Yoruba Door — Osi-Ilorin
สถานที่: Osi-Ilorin, Nigeria
วัสดุ: Iroko wood — Milicia excelsa
ความสูงบางส่วน: สูงถึง 258 ซม.
ปัจจุบัน: British Museum
ประตูชุดนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีประวัติถูกนำไปจัดแสดงใน British Empire Exhibition ที่ Wembley ในปี 1924
จึงเป็นหลักฐานของทั้งการใช้ Iroko ในสถาปัตยกรรม Yoruba และช่วงเวลาที่งานไม้จากแอฟริกาถูกนำเข้าสู่พื้นที่นิทรรศการระดับนานาชาติ
ดูชิ้นงานจริง:
British Museum — Yoruba Door circa 1924
การใช้งาน Iroko Wood ในปัจจุบัน

Flow Chair Iroko — MDF Italia
ค.ศ. 2020
Designer: Jean Marie Massaud
ประเภท: Outdoor Chair
วัสดุ Iroko: ฐาน Solid Iroko 4 ขา
ระบบ: หมุน 360°
MDF Italia นำ Iroko มาใช้เป็นฐานของ Flow Chair สำหรับพื้นที่ Outdoor โดยเฉพาะ และระบุว่าไม้มีความหนาแน่นสูง ทนสภาพอากาศ แสงแดด และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
ดูสินค้า:
MDF Italia — Flow Chair Iroko

GIANNA Coffee Table — Varaschin
ค.ศ. 2025
Designer: Monica Armani
ประเภท: Outdoor Coffee Table
วัสดุ: Iroko wood ทั้งตัว
Gianna เป็นคอลเลกชันใหม่ที่เปิดตัวในบริบทของ Salone del Mobile 2025 และใช้ Iroko เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของงาน
Coffee Table ผลิตจาก Iroko ทั้งชิ้น โดยออกแบบให้เส้นสายของเฟอร์นิเจอร์ช่วยโชว์สีและธรรมชาติของตัวไม้ มากกว่าซ่อนวัสดุไว้ภายในโครงสร้าง
ดูสินค้า:
Varaschin — GIANNA Coffee Table

JIFF OUTDOOR — Flexform
ค.ศ. 2026
แบรนด์: Flexform
ประเภท: Coffee / Side Table
วัสดุ: Solid Iroko
Jiff Outdoor ผลิตจาก Iroko ไม้จริงทั้งหน้าโต๊ะและขา
หน้าโต๊ะมีการออกแบบช่องระบายน้ำ ซึ่งทำให้เห็นว่า Iroko ไม่ได้ถูกเลือกเพราะภาพลักษณ์ของไม้เขตร้อนอย่างเดียว แต่ถูกนำคุณสมบัติด้านการใช้งานกลางแจ้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วย
ดูสินค้า:
Flexform — JIFF OUTDOOR 2026
“ไม้นี้เด่นแค่ความทนใช่ไหม?”
แต่คำตอบคือ
“Iroko มีมากกว่านั้น”
“แล้วเสน่ห์ของมันอยู่ตรงไหน?”
อยู่ที่สีไม้ซึ่งค่อย ๆ เข้มขึ้นตามเวลา
และความนิ่งของเนื้อไม้ที่ใช้งานได้จริง
คุณค่าของไม้อิโรโค่ไม่ได้มีแค่ความแข็งแรง
ความทนทาน หรือการใช้งานภายนอก
แต่อยู่ที่การเป็นไม้ที่พิสูจน์ได้ว่า
ความเรียบของธรรมชาติ ก็กลายเป็นความงามที่ชัดขึ้นได้ตามกาลเวลา
คำถามที่พบบ่อย
เกี่ยวกับ Iroko Wood
Iroko เป็นชื่อทางการค้าของไม้แอฟริกาในสกุล Milicia โดยชนิดสำคัญคือ Milicia excelsa และ Milicia regia อยู่ในวงศ์ Moraceae
ไม่ใช่ ไม้สักแท้คือ Tectona grandis ส่วน Iroko อยู่ในสกุล Milicia คำว่า African Teak เป็นชื่อทางการค้าที่ใช้เปรียบเทียบคุณสมบัติกับไม้สัก
มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา โดย M. excelsa กระจายตัวกว้างใน Tropical Africa ส่วน M. regia มีถิ่นหลักใน West Tropical Africa
ใช้กับเฟอร์นิเจอร์ งาน Joinery ประตู พื้น งานก่อสร้าง เรือและเรือแคนู งานแกะสลัก และเฟอร์นิเจอร์ Outdoor
เพราะแก่นไม้มีความทนทานตามธรรมชาติค่อนข้างสูง และผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยหลายรายเลือกใช้เพราะความสามารถในการรับสภาพอากาศ แสง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
เปลี่ยน ไม้ใหม่มักออกเหลืองทองหรือน้ำตาลอ่อน และสีจะค่อย ๆ เข้มขึ้นเมื่อสัมผัสอากาศและแสง
ต้องแยกตาม species โดย Milicia excelsa มีการประเมิน IUCN เดิมเป็น Near Threatened ในปี 1998 ซึ่งระบุว่าข้อมูลต้องได้รับการอัปเดต ขณะที่ Milicia regia ถูกเชื่อมสถานะ IUCN เป็น Vulnerable
เรียบเรียงโดย: ทีมงานอะ-ลัง-การ 7891
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 30 สิงหาคม 2026

